“ทนายบิ๊กโจ๊ก” ยื่น ป.ป.ช.ค้านส่งสำนวนกลับตำรวจ
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการส่งสำนวนคดีติดสินบนทองคำน้ำหนักรวม 246 บาท กลับไปที่คณะพนักงานสอบสวนตำรวจ และให้ ป.ป.ช.ทำคดีนี้ต่อไป โดยระบุเหตุผลในการคัดค้านการส่งสำนวนกลับไปยังคณะพนักงานสอบสวนของตำรวจใน 4 ประเด็น คือ (1) เนื่องจากที่มาของพยานหลักฐานในคดีนี้ อาจมีข้อโต้แย้ง หรือมีที่มาที่มิชอบด้วยกฎหมาย (2) พยานบุคคลในคดีนี้อาจถูกจูงใจด้วยสัญญาหรือผลประโยชน์อื่นใด รวมทั้งอาจถูกขู่เข็ญบังคับเพื่อให้ถ้อยคำเป็นการปรักปรำให้ร้ายผู้ถูกกล่าวหา (3) เนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนไม่พิจารณาดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ที่ยอมรับในข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ให้ทองกับกรรมการ ป.ป.ช. และ (4) เรื่องความชอบธรรมของคณะพนักงานสอบสวนที่นายตำรวจบางนายเป็นคู่กรณีขัดแย้งกับ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ รวมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะพนักงานสอบสวนแถลงและเปิดพยานหลักฐานในคดีนี้เมื่อวานนี้นั้น อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในชั้นการสอบสวนของ ป.ป.ช. ต่อสื่อมวลชน จึงเข้าข่ายว่าอาจเป็นการเปิดเผยความลับทางราชการ อันขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ
นายสัญญาภัชระ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้เมื่อคณะพนักงานสอบสวนเลือกที่จะส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งล่วงหน้าก่อนที่จะครบกำหนดให้ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ยื่นคำให้การเพิ่มเติมต่อคณะพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 15 มกราคม 2569 กระบวนการสอบสวนก็ต้องเดินหน้าต่อไปตามขั้นตอน จึงควรให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนตามต่อไปถึงชั้นพนักงานอัยการและศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การพิจารณาส่งสำนวนกลับไปยังตำรวจนั้น ถือว่าเป็นการถอยหลังทางคดีและเกรงว่าจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ส่วนจะเกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย หรือไม่ หากคดีดังกล่าวยังอยู่ในมือ ป.ป.ช. ต่อไป เพราะหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นกรรมการ ป.ป.ช. นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนเองเป็นทนายความมากว่า 32 ปี และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย มั่นใจว่า ป.ป.ช. คงไม่เสียหลักการด้วยเรื่องเพียงแค่นี้ ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ นั้น เมื่อเช้านี้เพิ่งเข้าพบพูดคุยเพื่อเซ็นเอกสาร ไม่ได้มีความกังวลอะไร และยืนยันว่าจะต่อสู้คดีนี้ถึงที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ในฐานะรองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงการสอบปากคำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ในฐานะผู้กล่าวหา แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ว่าเป็นการใช้ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนตามกรอบกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่วางหลักไว้ชัดเจน ทั้งหมดเริ่มต้นจาก พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งถือเป็นประจักษ์พยาน ที่ระบุถึงการกระทำความผิดของ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ กับพวก คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานที่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ มอบให้ พบว่ามีความสอดคล้องกัน สามารถรับฟังได้อย่างแน่นหนา จึงเป็นเหตุให้สอบปากคำในฐานะผู้กล่าวหา ถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่ถูกต้องตามแนวปฏิบัติของตำรวจ อัยการ และ ป.ป.ช. ซึ่งมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาและระเบียบของ ป.ป.ช.รองรับ สามารถกันไว้เป็นพยานได้ เป็นหลักการให้โอกาสผู้กลับตัวกลับใจ
相关推荐
- “ยศชนัน”ชูวิสัยทัศน์ผลักดันไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน เดินหน้าประกันกำไรเกษตร 30% .
- 盒马CEO严筱磊发新年全员信:盒马2025年整体营收增速超40%
- 中考英语作文指导:应用文写作——通知
- 铁血与权谋交织:上官桀——从托孤重臣到谋逆者的跌宒人生
- 写作方法:古今纵横选材
- 几款御寒粥,寒冬不再愁
- พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่น คนนับพันหัวเราะพร้อมกัน
- Jerry Seinfeld explains why his clean comedy style forces elegance
黄钟大吕网


